Home / 

NEWS

7 เรื่องของ “อากรแสตมป์” ที่คุณควรรู้ก่อนเซ็นต์สัญญา!!

1. อากรแสตมป์ คือ การจัดเก็บภาษีประเภทหนึ่งตามประมวลรัษฏากรอยู่ในรูปแบบของแสตมป์คล้ายกับแสตมป์ติดซองจดหมาย แต่ไม่เล็กเท่ากับแสตมป์ของร้านสะดวกซื้อแน่นอน สามารถหาซื้อได้ตามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา รวมถึงสำนักงานที่ดิน สำนักงานขนส่งหรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่มีเรื่องของการทำสัญญาครับ
 
2. วิธีการเสียภาษีของอากรแสตมป์ จะเสียก็ต้องเมื่อมีการกระทำตราสารจำนวน 28 ลักษณะตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เรียกง่ายๆ คือ ตั้งแต่ลงลายมือชื่อในสัญญาตามที่กำหนดไว้บัญชีทีว่านี้เมื่อไร ก็ต้องติดอากรแสตมป์นี่แหละ เช่น สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน สัญญาจ้างทำของ และสัญญากู้ยืมเงิน ตามอัตราที่กำหนดไว้ รวมถึงบอกไว้ว่าใครต้องเป็นคนจ่ายเงิน (ผู้ที่ต้องเสียอากร) หรือถ้าใครอยากรู้ว่าตราสารหรือสัญญาทั้งหมดมีอะไรบ้าง สามารถคลิกที่ บัญชีอัตราอากรแสตมป์
http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย
 

 
3. จากบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เราจะเห็นว่ามีคำว่า ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ ซึ่งจะเป็นฝ่ายตรงข้าม (คู่สัญญา) กับ ผู้ที่ต้องเสียอากรแสตมป์ ซึ่งการขีดฆ่านี้ทำเพื่อไม่ให้เอาแสตมป์กลับมาใช้ได้อีก โดยต้องลงวันเดือนปีไว้บนอากรแสตมป์ด้วย (ไม่น่าเชื่อนะว่ามีคนเอากลับมาใช้อีก แต่บอกตรงๆเลย มีเพียบจ้า)
 
4. หลายคนมักสงสัยว่า ถ้าไม่ติดอากรแสตมป์ จะมีผลอหย่างไรทางกฎหมาย ตามมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฏากรเลยระบุให้ชัดเจนว่า ถ้าไม่มีการติดอากรแสตมป์ (ปิดแสตมป์บริบูรณ์) เราจะไม่สามารถใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ หรือแม้แต่สำเนาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้เลย จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบทั้งจำนวนก่อน (ซึ่งกรณีนี้ศาลสามารถยกฟ้องได้ครับ) และที่สำคัญต้องไม่ลืมขีดฆ่าอากรแสตมป์เพื่อให้การปิดอากรนั้นสมบูรณ์ด้วย
 
5. ถ้ามูลค่าอากรแสตมป์มีจำนวนเยอะมาก เราสามารถขอชำระเป็นตัวเงินแทนการติดอากรแสตมป์ได้ โดยใช้แบบที่มีชื่อว่า อ.ส.4 และไปชำระที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (ดาวน์โหลดได้ที่นี่ : แบบขอและอนุมัติให้เสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน http://www.rd.go.th/publish/12855.0.html) โดยมีเงื่อนไขว่า มูลค่าตามสัญญาต้องเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น สัญญาเช่าที่ดินที่มีการเช่ามากกว่า 1,000,000 บาทขึ้นไป และสัญญาอื่นๆ อีกมากมาย ตามที่ระบุไว้ตาม ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) http://www.rd.go.th/publish/3433.0.html
 
6. ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องติดอากรแสตมป์ เพราะการติดอากรแสตมป์นั้นมีการยกเว้นให้แก่บุคคลบางกลุ่ม เช่น รัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ และยังมีการลดให้สำหรับอากรแสตมป์สำหรับตราสารกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยสูงสุดไม่เกิน 20 บาท
 
7. ความผิดในการไม่ติดอากรแสตมป์นั้น ถือเป็นความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยมีโทษดังนี้
 
ความรับผิดทางแพ่ง
1. ถ้าเกินกว่า 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน ต้องเสียเงินเพิ่ม 2 เท่า หรือ 4 บาท (จำนวนที่มากกว่า)
2. ถ้าเกินกว่า 90 วัน ต้องเสียเงินเพิ่ม 5 เท่า หรือ 10 บาท (จำนวนที่มากกว่า)
3. ถ้าเจ้าพนักงานตรวจพบ ต้องเสียเงินเพิ่ม 6 เท่าหรือ 25 บาท (จำนวนที่มากกว่า)
 
ความรับผิดทางอาญา
1. ไม่เสีย ไม่ขีดฆ่า มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
2. แบ่งแยกมูลค่าการชำระอากร เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียอากรแสตมป์ มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
3. ไม่ทำหรือไม่เก็บบันทึกใบรับตามมาตรา 105 ตรี หรือไม่ออกใบรับให้ทันทีที่ถูกเรียกร้องตามมาตรา 106 (ข้อ 2.2) หรือออกใบรับซึ่งไม่ปิดแสตมป์ตามจำนวนอากรที่ต้องเสีย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
4. ผู้ใดโดยตนเองหรือสมคบกับผู้อื่นทำให้ไม่มีการออกใบรับหรือไม่ออกใบรับให้ทันทีที่รับเงิน หรือรับชำระราคาตามมาตรา 105 (ข้อ 2.1) หรือออกใบรับเป็นจำนวนเงินน้อยกว่า ที่รับเงินหรือรับชำระราคาจริง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ
5. จงใจขัดขวางตามเจ้าพนักงาน ความในมาตรา 123 หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 105 ทวิ (ข้อ 3) มาตรา 105 จัตวา (ข้อ 5) หรือมาตรา 123 ทวิ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
6. ติดแสตมป์ปลอม หรือค้าแสตมป์ที่ใช้แล้วหรือที่มีกฎกระทรวงประกาศให้เลิกใช้แล้ว ปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือทั้งปรับทั้งจำ
 
สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้ว่า ในการทำสัญญาหรือธุรกรรมใดๆ อย่าลืมตรวจสอบกฎหมายว่ามีข้อกำหนดอะไรหรือเปล่า อย่างเช่น เรื่องของอากรแสตมป์ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใครหลายคนไม่ใส่ใจ ซึ่งอาจจะเป็นผลเสียทำให้ต้องเสียเงินไปโดยไม่คุ้มเลย
 
ที่มา : http://tax.bugnoms.com/7-stamp-tax/

15/9/2559 11:39:33

Subscribe for Our Newsletter