Home / 

NEWS

การรับประกันบ้านและคอนโดต่างกันอย่างไร?

หลายคนที่คิดจะซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมอาจจะสงสัยว่า การรับประกันบ้านและคอนโด แตกต่างกันอย่างไร และเงื่อนไขการรับประกันมีอะไรบ้าง ซึ่งโดยปกติแล้วทางโครงการจะมีสัญญาระบุชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว เพราะการรับประกันบ้านและคอนโดนั้นมีกฎหมายแพ่งและพาณิชย์คุ้มครองอยู่ แต่ถ้าไม่ศึกษารายละเอียดของสัญญาให้ดีอาจมีปัญหาภายหลังได้ ลองคิดดูว่า..ถ้าบ้านหรือคอนโดของเราเสียหายจากการก่อสร้าง จะรู้สึกแย่แค่ไหนกับเงินมากมายที่เราลงทุนซื้อมา ฉะนั้นแล้ว วันนี้เราจะมาอธิบายว่าการรับประกันบ้านและคอนโด ต่างกันอย่างไร มีระยะเวลาในการรับประกันกี่ปี และการรับประกันครอบคลุมในส่วนไหนบ้าง

การรับประกันบ้าน
ตามกฎหมายจะมีอยู่ 2 ฉบับคือ
1.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งกำหนดว่าถ้าบ้านที่ผู้ซื้อรับโอนกรรมสิทธิ์ไปนั้นต่อมามีความชำรุดบกพร่องผู้ขายต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าในตอนที่ผู้ซื้อได้รู้หรือได้เห็นในความบกพร่องดังกล่าวแล้วยังรับโอนมา หรือเป็นบ้านขายทอดตลาด แบบนี้ผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบ
 2.แบบมาตรฐาน สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรร (มีสิ่งปลูกสร้าง) ของกรมที่ดิน ที่กำหนดว่าเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้จะซื้อแล้ว ผู้จะขายต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือชำรุด บกพร่องของอาคาร ความหมายก็คือการรับประกันความเสียหายนั่นเอง
การรับประกันบ้านจะมีรายละเอียดดังนี้
- กรณีที่เป็นโครงสร้างอาคาร (Structural Defects) เช่น เสา ผนังอาคาร ฐานอาคาร โครงหลังคา รับประกัน 5 ปี นับแต่วันโอนกรรมสิทธิ์
- กรณีที่เป็นส่วนควบหรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคาร (Non-Structural Defects) เช่น ประตู หน้าต่าง พื้น ฝ้า จะมีการรับประกันภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันโอนกรรมสิทธิ์
สำหรับระยะเวลาในการแก้ไขหรือซ่อมแซมให้แล้วเสร็จนั้น ขึ้นอยู่กับสองฝ่ายจะตกลงกันเอง แต่ถ้าผู้ขายไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดหรือแก้ไขล่าช้า ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือถ้าถึงขั้นฟ้องร้องต่อศาล ต้องดำเนินการฟ้องภายใน 1 ปี นับตั้งแต่เห็นข้อบกพร่องนั้น

การรับประกันคอนโด
ในการรับประกันคอนโดมิเนียมนั้นอาจจะไม่ได้แตกต่างจากการประกันบ้านมากเท่าไหร่ จะมีข้อแตกต่างเล็กน้อยคือ การรับประกันกรณีที่เป็นส่วนควบคุม ในส่วนของการรับประกันบ้านจะรับประกันแค่ 1 ปี แต่ของคอนโดจะเป็น 2 ปี
การรับประกันคอนโดมิเนียมจะมีรายละเอียดดังนี้
- กรณีที่เป็นโครงสร้างอาคาร (Structural Defects) เช่น เสา ผนังอาคาร ฐานอาคาร โครงหลังคา รับประกัน 5 ปีนับแต่วันโอนกรรมสิทธิ์
- กรณีที่เป็นส่วนควบหรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคาร (Non-Structural Defects) เช่น ประตู หน้าต่าง พื้น ฝ้า จะมีการรับประกันภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันจดทะเบียนอาคารชุด
ผู้จะขายต้องแก้ไขความชำรุดบกพร่องของอาคารชุดที่เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้จะซื้อได้แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงความชำรุดบกพร่องนั้น เว้นแต่ในกรณีที่ความชำรุดบกพร่องนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ผู้จะขายต้องดำเนินการแก้ไขในทันทีที่ได้รับแจ้ง หากผู้จะขายไม่ดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องดังกล่าวข้างต้นผู้จะซื้อ มีสิทธิดำเนินการแก้ไขเองหรือจะให้บุคคลภายนอกแก้ไขให้ก็ได้ โดยผู้จะขายยินยอมชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องดังกล่าว
อ้างอิงข้อมูลจาก : สัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุด (อ.ช.๒๒)

4/10/2562 9:15:20

Subscribe for Our Newsletter