“คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้” อีกหนึ่งทางเลือกเจ้าของน้องหมาน้องแมว

Pain point ของ PET Lover อยู่คอนโดมิเนียมแต่เลี้ยงสัตว์ไม่ได้
 
การเลี้ยงสัตว์เป็นรสนิยมส่วนตัว แต่จะต้องไม่ทำเหตุเดือดร้อนรำคาญให้กับเพื่อนบ้านที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ด้วย ดังนั้น การพักอาศัยในหมู่บ้านจัดสรรซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด มีอาณาบริเวณเป็นของตนเอง ทำให้มีอิสระอย่างเต็มที่ในการเลี้ยงสัตว์แสนรัก
 
สัตว์เลี้ยงยอดนิยมหนีไม่พ้นน้องหมาน้องแมว บางบ้านเลี้ยงอีกัวน่า งูเหลือมอาฟริกา ปลาปิรันย่าที่มีฉายาว่าปลาเพชฌฆาตก็มา เรียกว่ามีทุกรูปแบบ แต่การเลี้ยงในบ้านก็ยังมีกฎหมู่บ้านว่าต้องไม่ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน เพราะผิดทั้งกฎระเบียบหมู่บ้าน และผิดกฎหมายอีกต่างหาก ซึ่งเป็นภาพชินตาและออกข่าวบ่อยครั้งที่หมามีเจ้าของเพ่นพ่านไปกัดคนอื่น เดือดร้อนเจ้าของต้องตามมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้
 
เหตุเดือดร้อนรำคาญของการเลี้ยงสัตว์ในหมู่บ้านอีกเรื่องคือน้องหมาน้องแมวไปเดินเล่น และทั้งอึทั้งฉี่เป็นที่ระลึกในพื้นที่ส่วนกลาง กฎระเบียบคือเจ้าของต้องตามเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย เป็นต้น
 
จะเห็นว่าการเลี้ยงสัตว์ในหมู่บ้านซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เปิดเพราะแต่ละบ้านมีอาณาเขตตัวเอง ก็ยังเต็มไปด้วยปัญหามากมาย เพราะฉะนั้น การพักอาศัยในโครงการแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียมจึงลืมไปได้เลย ถือเป็นกฎเหล็กในคอนโดฯ
 
ส่วนใหญ่ที่ห้ามเลี้ยงสัตว์ ด้วยเหตุผล 2-3 ข้อ
 
1.ขนสัตว์เป็นภัยคุกคามต่อผู้พักอาศัยที่เป็นโรคหืดหอบ หรือโรคประจำตัวบางชนิด
 
2.เป็นตัวก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายให้กับห้องข้างเคียงหรือในโครงการเดียวกัน เช่น เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความจำเป็นบางประการต้องไปต่างจังหวัดหรือไม่อยู่ห้องหลายวัน เตรียมอาหารไว้ให้ยังไงก็ไม่พอ เวลาหิวมากๆ สัตว์เลี้ยงก็จะส่งเสียงเห่าหรือร้องเสียงดัง ห้องติดกันหรือโซนเดียวกันน่าจะหงุดหงิดเป็นธรรมดา
 
3.ปัญหาเรื่องความสะอาด ซึ่งบ่อยครั้งจากการติดตามข่าวสารจะพบว่าในห้องชุดส่วนตัวก็มีสภาพสกปรกเลอะเทอะ เหม็นกลิ่นปฏิกูลสัตว์เลี้ยง และลามออกมาพื้นที่ส่วนกลางซึ่งมีพื้นที่จำกัด ไม่เหมือนหมู่บ้านที่พื้นที่กว้างขวางกว่ากันมาก
 
คราวนี้ปัญหาบานปลายกลายเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญหมู่เพราะคนในคอนโดฯ โดนทั้งโครงการ กรณีนี้เองที่กฎหมายเกี่ยวกับความสะอาด กฎหมายเหตุเดือดร้อนรำคาญ และกฎหมายควบคุมโรคสามารถยื่นมือเข้ามาจัดการกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้
 
อย่างไรก็ตาม Pain Point ของผู้บริโภคคืออาหารสมองชั้นเลิศของนักอสังหาริมทรัพย์ จึงไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ในการเป็นทั้งเจ้าของคอนโดฯ และเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง
 
ความจริง คอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ เราอาจเคยเห็นผ่านตาบ้างประปราย แต่ไม่มีใครทำจริงจัง และไม่มีใครทำเป็น “อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์” เหมือนบริษัทนี้ ขยายความคำว่าอุตสาหกรรมอสังหาฯ ก็คือมีการผลิตสินค้าที่อยู่อาศัยปีละจำนวนมาก และผลิตต่อเนื่องทุกปี ไม่ใช่ทำแค่ 1-2 โครงการแล้วหายไปจากวงการ
 
เพราะฉะนั้น know how ในการพัฒนาโครงการคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้จึงเป็นประโยชน์ทั้งผู้บริโภคกลุ่ม PET Lover ในการเลือกซื้อห้องชุดให้ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และเป็นประโยชน์กับนักพัฒนาอสังหาฯ รุ่นใหม่ๆ สามารถนำไปใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการลงทุนได้
 
ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจตรงกันก่อนว่ารูปแบบคอนโดฯ เป็นการสร้างห้องชุดซ้อนกันสูงๆ ขึ้นไป บางตึกสูงแค่ 8 ชั้น เรียกว่าคอนโดฯ โลว์ไรส์ (Low Rise Condominium) และส่วนมากที่เราเห็นในทำเลใจกลางเมืองและแนวรถไฟฟ้า ยิ่งติดสถานีรถไฟฟ้าสายใหม่ยิ่งเห็นเยอะ ก็คือคอนโดสูงปรี๊ดหรือคอนโดฯ ไฮไรส์ (Hi Rise Condominium) สูง 30-50 ชั้นไปเลย ซึ่งสร้างบนที่ดินจำกัดเพียง 1-3 ไร่เท่านั้น
 
แถมชั้นเดียวกันมีห้องชุดเรียงเป็นตับ ผนังห้องซ้ายก็เพื่อนบ้าน ขวาก็เพื่อนบ้าน โถงทางเดินส่วนกลางกว้างอย่างต่ำ 1.5 เมตร ลิฟต์ที่มีอย่างมาก 2-3 ตัวต่อ 1 ตึก ทั้งหมดนี้เป็นคำอธิบายว่าสภาวะการพักอาศัยแบบนี้จึงไม่เหมาะสมที่จะเลี้ยงสัตว์ เพราะมีโอกาสไปกระทบสิทธิ์ผู้พักอาศัยห้องติดกัน ห้องบนชั้นเดียวกัน บนตึกเดียวกัน ในโครงการเดียวกัน เพราะพื้นที่ส่วนกลางถูกบังคับให้ใช้ร่วมกันนั่นเอง
 
อย่างไรก็ตาม การห้ามเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไม่เคยมีกฎหมายมาตราใดของกรมที่ดินกำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.อาคารชุดปี 2522, พ.ร.บ.หมู่บ้านจัดสรรปี 2535 เป็นต้น
 
เพียงแต่เปิดออปชันให้ว่า ประเด็นการเลี้ยงสัตว์ในโครงการจัดสรร ทำได้หรือไม่ได้ให้กำหนดเป็นข้อตกลงของนิติบุคคลอาคารชุดเอาเอง ถ้าไม่ให้เลี้ยงต้องมีเหตุผลว่าเพราะอะไร ขณะเดียวกันถ้าให้เลี้ยงสัตว์ได้ก็ต้องกำหนดรายละเอียดไปเลยว่าเลี้ยงอะไรได้-ไม่ได้
 
สำหรับ know how ของคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องบรรจุคอนเซ็ปต์เข้าไปในดีไซน์โครงการตั้งแต่วันแรก เพราะต้องจัดให้มีที่ทางของ “คน” กับ “สัตว์เลี้ยง” ไม่ให้รบกวนการอยู่อาศัยซึ่งกันและกัน จากนั้นโมเดลการทำคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้จะมีข้อคำนึงอีก 7-8 ข้อ ดังต่อไปนี้
 
ข้อแรกเลย “การดีไซน์ตัวอาคาร” จำเป็นที่จะต้องออกแบบให้มีพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เรียกว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงก็ได้ อยู่บริเวณชั้นล่างหรือชั้น 1 ของตัวอาคาร
 
2.กำหนดให้สัตว์เลี้ยงสามารถเลี้ยงได้เฉพาะสัตว์ไม่มีพิษ และเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยม ดังนั้น เบื้องต้นจึงมีเพียง “น้องหมาน้องแมว” เท่านั้น ส่วนประเภทสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์มีพิษ สัตว์ปีกทุกชนิด สัตว์ดุร้าย สัตว์แปลกพิสดารห้ามเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงของเชื้อโรคในอากาศ อย่างไรก็ตาม เราคงไม่สามารถบังคับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้จริงๆ เพราะเห็นว่ากำลังขยับขยายให้สามารถมีสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ที่ไม่เป็นอันตรายได้ เช่น นก เป็นต้น
 
3.ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงมาอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางปกติทั่วไป ได้แก่ บริเวณล็อบบี้ ลิฟท์โดยสาร ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด ห้องซักผ้า สระว่ายน้ำ มุมบาร์บีคิว ห้องอบไอน้ำและซาวน่า ห้องเด็กเล่น สนามเด็กเล่นกลางแจ้ง ห้องสันทนาการอื่นๆ และบริเวณพื้นที่จอดรถในอาคาร
 
4.การนำสัตว์เลี้ยงขึ้น-ลงอาคาร อนุญาตให้ใช้เฉพาะ “ลิฟต์ขนของ” เท่านั้น เท่ากับสงวนสิทธิ์การใช้ลิฟต์โดยสาร (เดาว่าป้องกันคนเป็นโรคหอบหืดไม่ต้องเจอปัญหาสูดหายใจเอาขนน้องหมาน้องแมวเข้าไป)
 
5.ห้ามมิให้สัตว์เลี้ยงของเจ้าของห้องชุดใดสร้างความสกปรกให้กับพื้นที่ส่วนกลาง
 
6.กรณีนำสัตว์เลี้ยงออกมายังพื้นที่ส่วนกลาง เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะต้องมี “สายผูก/ลากจูง” และ “มีผู้ดูแลตลอดเวลา” ที่อยู่บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง
 
7.กรณีนำสัตว์เลี้ยงออกมายังพื้นที่ส่วนกลาง เจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือผู้ดูแลจะต้องมี “ถุงเก็บอุจจาระ” และ “กระบอกน้ำ” เพื่อฉีดล้างปัสสาวะและอุจจาระด้วยทุกครั้ง
 
และ 8.เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะต้อง “มีการลงทะเบียนประวัติสัตว์เลี้ยงทุกตัว” และ “มีใบรับรองการตรวจโรค” จากสัตวแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และต้องมีการ “ต่อทะเบียนทุก 1 ปี”
 
เพียงเท่านี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงและคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ก็สามารถอาศัยในคอนโดฯ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในพื้นที่ส่วนกลางได้ตามปกติสุข ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
 
ซื้อคอนโดฯ ครั้งต่อไป ลูกค้าเฉพาะกลุ่มอย่าง PET Lover อย่าลืมมองว่าจุดขายโครงการด้วยว่าเป็นคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้หรือเปล่า จะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ จับหมาใส่กระเป๋าแล้วพยายามทำกระเป๋าให้แบนๆ เพื่อหลอกตาเพื่อนบ้าน บาปกรรมซะเปล่าๆ (ฮา)

26/3/2564 15:42:07