เลือกซื้อทาวน์เฮาส์ยังไงให้เหมือนบ้านเดี่ยว

เลือกซื้อทาวน์เฮาส์ยังไงให้เหมือนบ้านเดี่ยว

รถไฟฟ้าสายใหม่ เปิดศักราชยุคทองทาวน์เฮาส์ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วเมืองกรุง
 
อัพเดตกันอีกสักตั้ง ปี 2563 มีรถไฟฟ้าสายใหม่เปิดบริการพรึ่บพรั่บ 1. สายสีน้ำเงิน วิ่งครบลูปเป็นวงกลม บางซื่อ-หัวลำโพง-บางแค-ท่าพระ 2.สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เชื่อมการเดินทางจากย่านในเมืองกับชานเมือง และ 3.สายสีทอง รถไฟฟ้าไร้คนขับสายสั้นๆ เส้นทางกรุงธนบุรี-คลองสาน
 
อะฮ้า ปี 2564 รัฐบาลวางแผนรัวๆ มีคิวรอเปิดอีก 3 สาย ได้แก่ 1.สายสีแดง ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต 2.สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี 3.สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ไม่ต้องไปจดไปจำอะไรมากนักกับรถไฟฟ้าหลากสี แค่อยากจะเล่าว่ากรุงเทพฯ กำลังเป็นมหานครแห่งไซต์ก่อสร้างรถไฟฟ้า
 
โยงยังไงดีล่ะกับวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะถ้าจะโฟกัสเรื่องเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยแนวราบประเภท “ทาวน์เฮาส์” ซึ่งความจริงเชื่อมโยงกันได้ไม่ยาก เพราะตลาดทาวน์เฮาส์เข้าสู่ยุคบูมเงียบตั้งแต่รัฐบาลเปิดประมูลรถไฟฟ้าหลากสีกันแว้ว
 
ยิ่งทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จมากเท่าไหร่ รถไฟฟ้าสายใหม่ก็ยิ่งเปิดหน้าดินเปิดทำเลใหม่ๆ ให้กับการพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์อย่างเห็นได้ชัด เหตุผลหลักมาจากคำๆ เดียวคือ ทาวน์เฮาส์กำลังเป็น “สินค้าซื้อทดแทน” คอนโดมิเนียมจ้า
 
“เทคนิคซื้อ/ขาย/เช่า” วันนี้มีข้อมูลลึกแต่ไม่ลับเปิดมุมมองสินค้าทาวน์เฮาส์ เผื่อจะกระตุกต่อมอยากซื้อขึ้นมากับเขาบ้าง
 
ความจริง เทคนิคการซื้อทาวน์เฮาส์ให้เหมือนอยู่บ้านเดี่ยว ถือเป็นคำถามยอดฮิตติดชาร์ตทุกยุคทุกสมัย ถ้าอยากรู้ว่าซื้อยังไงให้เหมือนบ้านเดี่ยว วิธีการก็ง่ายนิดเดียวแค่เราจับบ้านเดี่ยวมาตั้งเป็นโจทย์ จากนั้นก็เลาะตะเข็บดูว่าฟังก์ชันในบ้านเดี่ยวเขาให้อะไรกันบ้าง
 
สิ่งที่ค้นพบหลักๆ เรื่องแรกเลยก็ต้อง “ที่จอดรถ” ต้อง 2 คันด้วยนะเพราะปกติบ้านเดี่ยวไซซ์ 50 ตารางวาจะมีรั้วหน้าบ้านยาว 10 เมตร ทำให้จอด 2 คันได้เหลือเฟือ
 
ประเด็นที่ต้องคำนึงอยู่ที่ทาวน์เฮาส์หลังใหญ่หรือหลังเล็ก เขาวัดกันที่ “หน้ากว้าง” เป็นหลัก ก่อนจะมีกฎหมายจัดสรรปี 2535 เกิดขึ้นในประเทศไทยเราอาจเคยเห็นทาวน์เฮาส์หน้ากว้าง 3-3.5 เมตร หลังจากมีกฎหมายเข้ามาควบคุมทำให้ทาวน์เฮาส์ต้องมีหน้ากว้างเริ่มต้น 4 เมตรขึ้นไป
 
อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อย่าเข้าใจผิด ทาวน์เฮาส์หน้ากว้าง 4 เมตรจะยัดรถยนต์เข้าไปจอดได้ยังไงตั้ง 2 คัน ไม่มีทางเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจอดรถ 2 คันเป็นความจำเป็นที่เราจะต้องมองหาทาวน์เฮาส์หน้ากว้าง 5 เมตรขึ้นไป
 
ทั้งนี้ทั้งนั้น หน้ากว้าง 5 เมตรบางหมู่บ้านจะป่าวประกาศว่าจอดรถได้ 2 คัน แต่เชื่อเถอะเป็นการจอดแบบคับๆ แน่นๆ แถมต้องเป็นรถอีโค่คาร์อีกต่างหาก เพราะถือว่ายังแคบอยู่ เวลาเปิดประตูรถก็ต้องแขม่วพุงเพราะรัศมีประตูอ้าไม่ได้กว้างมากมาย ดังนั้น ถ้าอยากจอดรถยนต์ 2 คันแบบเปิดประตูพร้อมกันๆ สบายๆ ก็ต้องมองหาหน้ากว้าง 5.5 เมตรขึ้นไป
 
เรื่องต่อมา “พื้นที่ใช้สอย” หน่วยวัดเป็นตารางเมตร มาถึงตรงนี้ขอแวะข้างทางแป๊บนึง ต้องการอธิบายว่าข้อแตกต่าง “ตารางวา” กับ “ตารางเมตร” คืออะไร
 
หน่วยวัดตารางวาจะเป็นการบอกว่าบ้านที่เราซื้อมีที่ดินมากน้อยแค่ไหน โดยทาวน์เฮาส์ยุคนี้ต้องเริ่มต้น 16 ตารางวาขึ้นไป ส่วนหน่วยวัดตารางเมตรเป็นการบ่งบอกพื้นที่ใช้สอย เพราะฉะนั้น ตารางเมตรจึงเป็นหน่วยวัดที่จะทำให้เรารู้ว่าบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่
 
การเลือกซื้อทาวน์เฮาส์ให้เหมือนอยู่บ้านเดี่ยว ข้อคำนึงคือควรมีพื้นที่ใช้สอยแตะ 100 ตารางเมตรบวกลบ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นขึ้นไป
 
รวมทั้งเป็นสูตรสำเร็จของแบบบ้านทาวน์เฮาส์ด้วย ถ้ามีพื้นที่ใช้สอยหลัก 100 ตารางเมตรก็สามารถอธิบายได้ว่าเหมาะสมสำหรับพักอาศัยได้ 2 เจนเนอเรชั่น รุ่นคุณพ่อคุณแม่-คุณลูก บางหมู่บ้านที่ปรีชาสามารถมากๆ เขาปักป้ายโฆษณาว่ามีถึง 4 ห้องนอนก็มี
 
ฟังก์ชันสำคัญยังรวมถึง “ห้องครัว” กระเป๋าเราเล็กตอนนี้ซื้อได้เพียงทาวน์เฮาส์แต่อยากอยู่เหมือนบ้านเดี่ยว แนะนำให้มองหาห้องครัวที่มีทั้งครัวอุ่นหรือครัวฝรั่งหรือครัวแพนทรี่ (pantry) ลักษณะเป็นครัวไมโครเวฟกับแกะอาหารสำเร็จรูปใส่จานก่อนเสิร์ฟ กับครัวปรุงหรือครัวไทย เพราะหลายบ้านถ้าอยู่หลายเจนฯ ของมันต้องมีมั่งแหละที่จะโขลกน้ำพริกกะปิ ทอดปลาเค็ม ผัดผักบุ้งไฟท่วมกะทะเลียนแบบเชฟกระทะเหล็ก
 
กลุ่มราคาที่ขายดีในอดีตสัก 5 ปีที่แล้วเกาะกลุ่มที่ราคา 2-3 ล้านบาท เฉลี่ยที่ 2.5 ล้านบาท ยุคนี้ ไซต์ก่อสร้างรถไฟฟ้าเกิดทุกหัวระแหงทำให้ราคาที่ดินพุ่ง ราคาทาวน์เฮาส์ก็เลยสูงขึ้นตามไปด้วย อยากอยู่ให้เหมือนบ้านเดี่ยวเตรียมใจเตรียมกระเป๋าเงินไว้เลยน่าจะต้องขึ้นไปถึง 3-4 ล้านบาท
 
โดยปกติ ทาวน์เฮาส์ที่ฟังก์ชันการอยู่อาศัยเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวเวลาวางแผนธุรกิจบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายเขาจะวางลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Target Group) เป็นวัยเริ่มต้นทำงานหรือ First Jobber เพราะซื้อเป็นบ้านหลังแรกในชีวิต ในอนาคตทำงานมั่นคงมีความก้าวหน้าได้เป็นผู้จัดการค่อยเปลี่ยนไปซื้อบ้านเดี่ยวทีหลัง
 
จุดขายของคนวัยเริ่มต้นทำงานคือมักจะมีที่ทำงานในเมือง จึงต้องการ “ทำเล” ใกล้เมืองหรือในเมืองไปเลย อย่างน้อยที่สุด ทำเลทาวน์เฮาส์เรามักจะเห็นอยู่ริมถนน ถ้าไม่ใช่ถนนสายเมนหลักก็ต้องอยู่ริมถนนซอย
 
ถ้าเผอิญว่าเป็นคนทำการบ้านมาดีมาก ขับรถสำรวจทาวน์เฮาส์หลายหมู่บ้านแล้วเจอปัญหารักพี่เสียดายน้องเพราะแบบบ้านเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน ตัดสินใจลำบากที่จะเลือก มีข้อแนะนำว่าให้ชี้วัดกันที่ “พื้นที่ส่วนกลาง” ในโครงการก็แล้วกัน
 
ดูเขาดีไซน์ยังไง สวนสาธารณะในหมู่บ้าน มีออปชันสโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนสไหม ยุคนี้ก็สารพัดจะดีไซน์ทั้งคลับเฮาส์ที่มีห้องประชุม โคเวิร์กกิ้งสเปซ จ๊อกกิ้งแทร็ก และที่ขาดไม่ได้ก็คือระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เพราะการซื้อหมู่บ้านจัดสรรคือการซื้อคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับขึ้นไป
 
กลับมาที่เรื่องทำเลได้รับอานิสงส์จากโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่แบบเต็มๆ เพราะมีต้นทางอยู่ที่สถานีกลางบางซื่อ จากนั้นจะแผ่ขยายออกไปชานเมืองครบทั้ง 4 มุมเมือง เหตุการณ์แบบนี้ทำให้อสังหาฯ 2 ประเภทถูกจับมาชนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นคือ คอนโดฯ ชนกับทาวน์เฮาส์บนทำเลเดียวกัน
 
จาก roadmap รถไฟฟ้าหลากสี ไม่ว่าจะสุดปลายทางที่สถานีไหนก็แล้วแต่ วิธีการให้ปักหมุดที่สถานีรถไฟฟ้าเป็นตัวหลัก จากนั้นกางรัศมีเดินทางภายใน 2 กิโลเมตร ไม่น่าเชื่อว่าเป็นทำเลที่ทาวน์เฮาส์เริ่มเข้ามาเบียดแทรกคอนโดฯ ได้อย่างเนียนๆ
 
วิธีคิดก็คือ บนทำเลรถไฟฟ้าสถานีเดียวกัน ให้สำรวจดูแล้วจะเห็นว่าราคาคอนโดฯ ใกล้เคียงกับทาวน์เฮาส์เข้าไปทุกที จุดเด่นคือซื้อคอนโดฯ ได้อยู่ใกล้สถานีมากกว่า อาจจะห่าง 400-800 เมตร แต่ขนาดห้องอาจจะได้ 25-30 ตารางเมตร
 
เปรียบเทียบกับซื้อทาวน์เฮาส์ ยอมไกลออกไปหน่อยสัก 2 กิโลเมตรแต่ได้ที่ดิน ที่จอดรถ ไซซ์ใหญ่ขึ้น 90-100 ตารางเมตร
 
ที่สำคัญ ทาวน์เฮาส์ยุคนี้ฟังก์ชันแข่งกับบ้านเดี่ยว ทำเลแข่งกับคอนโดฯ ไม่มีอะไรว้าวไปกว่านี้อีกแล้ว.

21/4/2564 12:19:21